[>-<] บทความแนะนำอาชีพ ลงทุนหลักพันทำเงินแสน กับร้านน้ำสลัด

แนะนำอาชีพ : การทำน้ำสลัดขาย

_MG_0450

มาพบกันอีกแล้วนะครับ สำหรับการแนะนำอาชีพในวันนี้ผมมีอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย ใช้ต้นทุนไม่เยอะ ที่สำคัญสามารถขายได้ง่าย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัยครับ อาชีพที่ผมจะมาแนะนำวันนี้ก็คือ “อาชีพขายน้ำสลัด” เพราะอาหารเพื่อสุขภาพยังคงเป็นอาหารที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มของผู้หญิงหลายท่านที่หันมาสนใจและรักสุขภาพอย่างมากขึ้น ทำให้การรับประทานสลัดผักพร้อมน้ำสลัดที่หลากหลาย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความที่รับประทานผักสดๆช่วยให้สุขภาพการทำงานในร่างกายต่างๆดีขึ้นแล้วยังทำให้ควบคุมปริมาณแคลลอรี่อีกด้วย ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพและต้องการจะลดความอ้วนก็ดี ดังนั้นอาชีพการทำน้ำสลัดขายในปัจจุบันจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากครับ พร้อมหรือยังกับการเปิดร้าน สลัดผัก & น้ำสลัด ที่มีเงินเริ่มต้นเพียง 5,000 กว่าบาท ที่อาจทำให้คุณต่อยอดรายได้กว่าแสนบาท ?!!#$%$

 

ทำความรู้จักกับอาชีพ “การทำน้ำสลัดขาย” กันดีกว่า ++!

P-1041การที่เราจะเริ่มทำธุรกิจทำน้ำสลัดขายนั้น ต้องเข้าใจเช่นกันว่าหากเราเป็นร้านที่ขายแต่น้ำสลัดเพียงอย่างเดียวอาจทำให้หาลูกค้าได้ยากในการเริ่มต้น เพราะเรายังเป็นเจ้าใหม่อยู่หากลูกค้าต้องซื้อผักที่อื่นแล้วต้องมาซื้อน้ำสลัดเรา เพียงเพื่อลองชิมร้านใหม่ก็ดูเป็นเรื่องยากจริงไหมครับ ดังนั้นขั้นแรกเราต้องมีการขายสลัดผักเสริม โดยส่วนใหญ่แล้วการเปิดร้านประเภทนี้ต้องมี 2 องค์ประกอบหลักๆ ดังนี้ครับ 1. ผัดสดที่ใช้ ถึงแม้ว่าเราจะเปิดร้านน้ำสลัดขายแต่การที่ไม่มีผักสดขายควบคู่ไปด้วยจะทำให้ขายได้ยากอย่างแน่นอน ดังนั้นการเลือกผักสดจึงมีความสำคัญอย่างมาก ต้องเลือกผักที่สดและมีรูปร่างสวยงามดูน่ารับประทาน หากนำผักปลอดสารพิษมาขายก็จะสามารถทำเป็นจุดขายของร้านได้อีกด้วย เช่นกันจะทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นไปแต่ก็ขายได้ราคาแพงเช่นกัน 2. น้ำสลัด การที่จะมัดใจลูกค้าได้นั่นน้ำสลัดต้องมีความอร่อยถูกปากผู้รับประทาน โดยน้ำสลัดจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้คือ น้ำสลัดน้ำใส และ ชนิดครีมข้น ซึ่งจะมีสูตรยิบย่อยอีกมากมายสำหรับการทำน้ำสลัด  ในส่วนของบทความนี้ผมจะไม่ขอพูดถึงสูตรทำน้ำสลัดกันนะครับ เพราะสามารถหามาดัดแปลงได้ในทั่วๆไป

มาคำนวณต้นทุนในการเปิดร้านก่อนดีกว่า ?@

          ธุรกิจนี้ใช้ต้นทุนไม่มากเลยครับ เพราะว่าเป็นธุรกิจที่ลงทุนไม่ยาก โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่จะหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป เพื่อความเข้าใจได้ง่ายจึงจะแบ่งออกเป็น 2 หมวดคือ หมวดอุปกรณ์ และ หมวดวัตถุดิบ

หมวดอุปกรณ์

เครื่องปั่น : ใช้เพียงเครื่องปั่นธรรมดาที่หาซื้อได้ทั่วไปก็เพียงพอ โดยมีราคาที่ประมาณ 600 – 1000 บาท หากคุณยังนึกภาพไม่ออกว่าใช้แบบไหนผมมีมาแนะนำให้ดูครับ

Philips เครื่องปั่นน้ำผลไม้ - รุ่น HR2100 1.5 ลิตร โถพลาสติก

Philips เครื่องปั่นน้ำผลไม้ – รุ่น HR2100 1.5 ลิตร โถพลาสติก – ราคา 890 – 990 บาท เช็คราคาคลิก !!

Casiko เครื่องปั่นน้ำผลไม้ - รุ่น CK-6868 1 ลิตร

Casiko เครื่องปั่นน้ำผลไม้ – รุ่น CK-6868 1 ลิตร ราคา 959 – 1,050 บาท เช็คราคาคลิก !!

Giftshopdesign เครื่องปั่นมหัศจรรย์ Magic Bullet

Giftshopdesign เครื่องปั่นมหัศจรรย์ Magic Bullet ราคา  1,850 – 3,990 บาท เช็คราคาสินค้าคลิก !!

เครื่องตีไข่ : หากทำเป็นธุรกิจขนาดย่อมๆแล้วควรจะมีไว้ซักเครื่อง แต่หากเพิ่งเปิดร้านลองตีเองดูก่อนก็ได้ครับ จะได้ประหยัดต้นทุน โดยราคาเครื่องจะอยู่ที่ 800 – 2500 บาท หากคิดไม่ออกผมก็มีมาแนะนำเช่นกัน

Imarflex เครื่องตีไข่ - รุ่น IF-309

Imarflex เครื่องตีไข่ – รุ่น IF-309 ราคา 999 – 1,590 บาท เช็คราคาสินค้าได้ที่นี่ !!

อุปกรณ์กรอง : เช่นพวกผ้าขาวบาง ตะแกรงกรอง ราคาประมาณ 100 บาท

อ่างผสม : มีให้เลือกหลายวัสดุ ทั้งพลาสติก แก้ว สแตนเลส  เริ่มแรกใช้ พลาสติกก็พอครับ ราคาประมาณ 50 บาท

อุปกรณ์อื่นๆ : เช่น ไม้ตี ตะกร้อผสม ถุงพลาสติก กล่องพลาสติก หนังยาง เป็นต้น

หมวดวัตถุดิบ

ผักสด : ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้ผักกาดหอม ข้าวโพด แครอต มะเขือเทศ ถั่วแตง กะหล่ำปี ลูกเดือย ซึ่งเป็นผักที่มีราคาที่ไม่สูงมากนัก โดยต้นทุนประเมิน 50 กล่องอยู่ที่ 300-400 บาท

น้ำสลัด : แตกต่างกันไปตามสูตรต่างๆ หรือจะซื้อสำเร็จรูปตามห้างชั้นนำก็มีขาย โดยราคาประมาณ 65 บาทต่อ 2 กิโลกรัม

จะเห็นได้ว่าเริ่มแรกแล้วลงทุนอุปกรณ์เพียงไม่กี่พันบาทและวัตถุดิบอีกประมาณ 500 บาทก็สามารถเปิดร้านได้แล้ว ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ต่ำมากๆสำหรับการเริ่มเปิดร้านค้าอะไรซักอย่างหนึ่ง และคุณเชื่อไหมครับ สลัดผักนั้นมีต้นทุนเพียงครึ่งนึงของราคาขาย ทำให้หากคุณอยากเพิ่มลูกค้าก็ลดราคาลงก็ยังทำได้ แต่ผมคิดว่าไม่ควรตัดราคาร้านขายด้วยกันเองครับ เก็บกำไรครึ่งนึงของเราไปต่อยอดจะดีกว่า

กลุ่มลูกค้าและทำเล

        PC110064  ก่อนอื่นต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าเป็นอันดับแรก สำหรับการทำน้ำสลัดขายนั้นลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้หญิงวัยตั้งแต่เด็กมัธยม เด็กมหาลัยไปจนถึงวัยทำงาน ดังนั้นทำเลที่เหมาะสมจึงควรอยู่รอบๆในบริเวณนั้น และการเปิดในตลาดนัดขายของที่มีการขายของรับประทานอยู่มาก จึงดูเป็นทำเลที่ดีและใช้ต้นทุนไม่มาก เพราะค่าเช่าตลาดนัดค่อนข้างถูกหากเทียบกับการเปิดร้านขายเดี่ยวๆตามจุดนั้นๆ ดังนั้นเริ่มแรกลองขายตามตลาดนั้นที่มีกลุ่มลูกค้าของเราดูก่อนเพื่อฝึกฝีมือในการทำน้ำสลัด จากนั้นคุณอาจจะลองต่อยอด ขายทางอินเตอร์เน็ต บริการส่งถึงที่ตามร้านอาหาร หรือโรงแรมเล็กๆ คุณก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ผมอยากจะแนะนำให้ลองตลาดนัดก่อนเพราะมันขายได้ง่ายกว่าในขั้นเริ่มต้นครับ

เทคนิคการขาย

          คงจะหนีไม่พ้นรสชาติของน้ำสลัดที่ต้องถูกปากลูกค้า การเพิ่มทางเลือกในหลายๆเมนูน้ำสลัดดูจะเป็นทางเลือกที่ดี มีการทำสูตรทั้งเน้นความอร่อย หรือเน้นไปทางการควบคุมน้ำหนัก การเพิ่มสีของน้ำสลัดให้หลากหลาย จากนั้นมาถึงตัวผักสดกันบ้างแน่นอนว่าต้องมีความสดสะอาด หวานกรอบถูกใจลูกค้า หรือจะลองเน้นจุดขายที่มุ่งไปทางการขายผักปลอดสารพิษสำหรับคนรักสุขภาพก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีเพราะว่าสามารถขายในราคาที่สูงขึ้นไปอีกได้ด้วย สุดท้ายการบรรจุหีบห่อ หากมีการดัดแปลงทำให้สวยงามหรือดูสะอาดน่าซื้อก็จะเพิ่มมูลค่าให้สินค้าอย่างมาก

บทส่งท้าย

          สำหรับหลายท่านที่คิดจะเริ่มธุรกิจซักอย่าง แต่ยังลังเลที่จะเริ่มต้น อาจเพราะความกังวลในต้นทุนการเปิดร้าน ที่ดูแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเงินหลักพัน แต่นี่ละครับ อาชีพนี้ไปได้แน่นอนเพียงแค่คุณมีฝีมือและใส่ใจลูกค้าพอ คุณก็สามารถทำเงินได้อย่างมากมาย สมัยผมเรียนมหาลัยแฟนชอบบ่นว่าไม่มีน้ำสลัดอร่อยๆขาย เพราะแม่ค้าแถวนั้นเค้าเน้นที่ทำง่ายๆ ใส่หวานเยอะเกินไป จนมันผิดจุดประสงค์การลดความอ้วนใช่ไหมครับ ดังนั้นหากคุณลองเอาใจลูกค้าที่ต้องการทานมาใส่ในอาหาร ผมคิดว่าคุณสามารถขายสิ่งที่เค้าต้องการซื้อได้อย่างแน่นอนเลยครับ หวังว่าธุรกิจนี้จะสามารถทำเงินให้คุณได้ในอนาคตนะครับ หากบทความผมมีประโยชน์ก็บอกต่อเป็นกำลังใจด้วยครับ >_<!#

Share Button

ซุยกับเรา |>

comments