ตอนที่ 2 : วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียก่อนลงมือทำ e-commerce

วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียก่อนลงมือทำ e-commerce

การค้าขายแทบทุกประเภทมีทั้งการทำแล้วประสบความสำเร็จ และล้มเหลวไปในอัตราส่วนที่ไม่ต่างกัน นั่นก็เป็นเพราะว่าการค้าแต่ละชนิดมีข้อดี ข้อเสียและปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงต้องมีการจัดการ วางแผน วิเคราะห์ถึงข้อดี ข้อเสียของแต่ละธุรกิจ เพื่อเป็นการก้าวเดินทางลงไปในธุรกิจที่ต้องการทำอย่างมั่นคง e-commerce ก็ไม่ต่างกันครับเราจำเป็นต้องรู้วิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของการทำธุรกิจออนไลน์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปทำการวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อเสียในการทำ e-commerce ตามแบบฉบับ Gu-suy.com กันครับ

ตอนที่ 2 วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของ e-commerce

ข้อดีของการทำ e-commerce

  • ต้นทุนต่ำ : ต้นทุนที่ว่านี่คือต้นทุนในการตั้งร้าน การเดินทาง ค่าที่ทาง ที่เราไม่ต้องเสียหรือเสียในอัตราที่น้อยกว่าการตั้งร้านทั่วไปอย่างมาก
  • มีคนเดียวก็ทำได้ : การเปิดร้านค้าออนไลน์ เราสามารถทำได้เองทั้งหมด ตั้งแต่การซื้อสินค้า รับเงิน จัดส่ง ทำให้ลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาในการทำงานของเราไปอีกด้วย
  • เปิดขายได้ 24 ชั่วโมง : การที่ไม่ต้องกังวลกับเวลาเปิดร้านนอกจากจะช่วยให้การค้าขายทำได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยในการพักผ่อนสำหรับเจ้าของร้านอีกด้วย
  • การติดต่อกับลูกค้าง่าย : ยุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบนี้ ทำให้การติดต่อกับลูกค้าง่ายดายมาก ช่วยเพิ่มการค้าขายได้เป็นอย่างดี
  • ขายได้ทุกที่ทั่วโลก : ถือเป็นข้อดีที่สุดสำหรับการทำ e-commerce เพราะหากเราเช่าแพงเปิดร้านที่คลองถม ก็สามารถขายได้แค่คนเดินคลองถมเท่านั้น แต่หากเราเปิด e-commerce แล้วละก็แม้แต่ชาวนาแม็ก ที่ใช้อินเตอร์เน็ตได้ก็สั่งของเราได้เช่นกัน
  • ไม่ต้องสต๊อคของ : บ่อยครั้งที่การลงทุนเปิดร้านต้องมีต้นทุนเยอะ แต่หากเราลงทุนกับการเปิด e-commerce แล้วละก็เราไม่จำเป็นต้องสต๊อคของเลยก็ได้ แค่ทำการติดต่อร้านที่สะดวก ขอถ่ายรูปและนำสินค้ามาลง เมื่อลูกค้าสั่งก็แค่ไปซื้อสินค้ามาส่งเท่านั้นเอง

ข้อเสียของการทำ e-commerce

  • คู่แข็งเยอะมาก : เมื่อมันขายได้ง่ายและเข้าถึงกันทุกที่ย่อมมีคนอยากทำเยอะ สินค้าบางประเภทมีการแข่งขันสูง ถึงขนาดนายทุนใหญ่ตัดราคาเด็กใหม่ไม่ให้เกิดในเรตราคาที่ขาดทุนยับก็มีมาแล้ว
  • ลูกค้าขาดความมั่นใจในการสั่งซื้อครั้งแรก : หากใครไม่เคยสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต จะทำให้กังวลว่าจะเกิดการโกงเกิดขึ้น คุณต้องเข้าใจว่ามันคือของจับต้องไม่ได้ทำให้ลูกค้ากังวลอยู่แล้ว ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือการให้ความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า เช่น จดทะเบียนการค้าถูกต้อง ตอบลูกค้าอยู่เสมอ และมีบริการที่ดีเยี่ยม
  • ลูกค้าเสียค่าส่ง : อันนี้เป็นการตกลงก่อนการซื้อในบางครั้งเมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าแล้วมีค่าส่ง ทำให้เกิดความรู้สึกว่าต้องจ่ายเพิ่มยังไงไม่รู้ วิธีแก้ก็พยายามลดหรือหาทางบวกไปกับราคาสินค้าแล้วส่งฟรี หากสินค้าเราสามารถทำได้นะครับ
  • ลูกค้าต้องมีความรู้ในการใช้อินเตอร์เน็ต : ประเทศของเราแม้มีการเข้ามาของอินเตอร์เน็ตมานานแล้ว แต่ร้านค้าออนไลน์ก็ยังเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่อยู่ดี โดยเฉพาะบางร้านที่มีวิธีการสั่งซื้อที่ยุ่งยากมากมาย ทั้งกรอกรายละเอียด กดสั่งซื้อ แถมยังต้องแจ้งโอนอีก ดังนั้นลดขั้นตอนบ้างก็ดีครับ
  • หาร้านเราไม่เจอ : แน่นอนว่าคู่แข็งเยอะทำให้การค้นหาร้านในอินเตอร์เน็ตทำได้ยาก หากเราไปแข่งกับคนที่ขายอยู่แล้วมา 5-6 ปี เรียกได้ว่าแทบสู้ไม่ได้เลยครับ แถมยังต้องจ้างทำ SEO ดังอันดับอีกเยอะเลยทีนี้

 

เขียนไปเขียนมาคนขาย e-commerce ก็ลำบากน่าดูทีเดียวครับ แต่หากวันใดเราขายลูกค้าได้คนแรกเมื่อไหร่ มันจะมาเรื่อยๆ จนเราอาจขายไม่ทันเลยทีเดียว สิ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่มาและหายไปก็คือการไม่มีความอดทนในระยะเริ่มแรก จากประสบการณ์ขายของออนไลน์ของผมกว่าจะขายได้ก็ปาไปเดือนที่ 5 แล้วครับ ดังนั้นหากคุณคิดจะเดินสายนี้ต้องแกร่ง อดทน แนะนำให้ทำเป็นอาชีพเสริมตอนแรกจะดีที่สุดครับ

*** ฝากติดตามและกดแชร์ Gu-suy e-commerce the series ด้วยนะครับ ^^ แล้วพบกันตอนหน้าครับ

Share Button

ซุยกับเรา |>

comments