ตอนที่ 4 : มาทำความรู้จักช่องทางและวิธีสร้างรายได้e-commerce

ตอนที่ 4 : ทำความรู้จักกับช่องทางการขายบน e-Commerce

มาถึงบทที่จะแนะนำให้คุณรู้จักกับช่องทางการขายสินค้าของเรา ให้ออนไลน์ได้บนโลกอินเตอร์เน็ตกัน แต่ทีนี้มันมีเครื่องมือมากมายให้เราทดลองทำดู การเริ่มต้นควรจะเริ่มอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันหมดครับ แต่แน่นอนเมื่อคุณชำนาญและมีงบประมาณพอ คุณควรจะสร้างให้ครบทุกช่องทาง เพราะมันคือการกระจายสาขาของร้านคุณออกไป หากคนหาจากทางนี้ไม่เจอ ก็ไม่ได้หมายความว่ายูเทรินหน้าจะไม่เจอร้านคุณ ดังนั้นก่อนอื่นเราต้องไปทำความรู้จักช่องทางของเราแต่ละตัวกันครับ

ตอนที่ 4 : ทำความรู้จักกับช่องทางการขายบน e-Commerce

เปิดเว็บไซต์ของตัวเองซะเลย

การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองจะทำให้คุณสามารถกำหนดทิศทาง การจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวคุณเองทั้งหมด นอกจากนี้ลูกค้ายังมั่นใจกับการที่คุณมีเว็บไซต์ของตัวเองและจดทะเบียนพาณิชย์อย่างถูกต้อง ถึงแม้การขายบนแฟนเพจจะทำได้ง่าย แต่การสร้างเว็บไซต์ยังไงก็ดูมีพลังและผลในระยะยาวมากกว่า ผมขอฟันธงครับ !!

ทีนี้หากคุณต้องการที่จะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองต้องทำยังไงบ้าง ตามไปอ่านได้ที่นี่ครับ >>> ความรู้พื้นฐานก่อนสร้างเว็บไซค์

การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป (CMS)

ในสมัยนี้การสร้างเว็บไซต์เป็นเรื่องง่ายไปแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียน Code ไม่จำเป็นต้องจ้างให้ใครมาสร้างเว็บไซต์ให้เรา เราก็สามารถเปิดเองได้ด้วยเจ้าโปรแกรมสำเร็จรูป CMS ตัวนี้เท่านั้นเอง ในบทนี้ผมจะแนะนำเพียงแค่โปรแกรมสำเร็จรูปที่เกี่ยวกับ e-Commerce เท่านั้นนะครับ หากใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วน CMS รอติดตามซักครู่ครับ

Opencart : เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการใช้เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปในการขายของครับ ระบบต่างๆถูกออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม ผมคิดว่านี่คือ CMS สำหรับ e-Commerce ที่ดีและสวยงามที่สุดสำหรับผมแล้ว แถมยังใช้งานง่ายสุดๆด้วยครับ สำหรับวิธีการใช้ผมยังไม่ได้เขียนไว้เลยหากมีเวลาจะเขียนให้ชมกัน แนะนำให้กดค้นหาคำว่า Opencart ใน google.co.th แล้วจะเจอคู่มือใช้เป็นไฟล์ PDF ลองดูนะครับ

Magento : ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ระบบค่อนข้างครบครันกว่า Opencart มาก ครอบคลุมการทำงานได้ทั้งหมด ตัวเว็บไซต์จะออกแนวเรียบง่ายแต่หรูดีครับ แต่ข้อเสียก็คือมันใช้งานยากครับ ผมเคยลองแล้วมึนๆเลยไม่ได้ใช้ไป ลองหาข้อมูลเพิ่มเอานะครับ

Prestashop : คล้ายกับตัว Opencart เลยครับ แต่คงใช้งานยากกว่าพอสมควร ไม่แนะนำเท่าไหร่ครับ

พอเรารู้จักกับ CMS กันไปคร่าวๆแล้ว ทีนี้จะมีปัญหาตรงการติดตั้งใช่ไหมครับ การจะหาความเข้าใจเกี่ยวกับการติดตั้งตอนนี้หัวคงมึนกันไม่ใช่น้อยเอาเป็นว่าผมมีวิธีดีๆสำหรับเรื่องนี้มาฝากกันครับ วิธีก็ง่ายนิดเดียวครับ การจะทำเว็บไซต์เราต้องเช่า Hosting ก่อนใช่ไหมครับ เราก็ให้เจ้าของ Host ทำให้เราให้หมดอยากได้อะไรสั่งไปเลย ใครไม่ทำให้เราไม่เช่าครับ ผมล้อเล่นครับเค้าทำให้แน่นอนครับผู้บริการสมัยนี้น่ารักจริงๆ หากเจ้าของ Hosting มาอ่านขอบอกว่าผมไม่เกี่ยวนะ !!

ขายบน e-Marketplace

อ้าวมาอีกแล้วศัพท์เทคนิค อย่าเพิ่งตกใจกันไปครับ การขายบน e-Marketplace ก็คือการเข้าไปใช้บริการของเว็บไซต์ที่ให้บริการในการสร้างร้านค้าออนไลน์แบบง่าย มีทั้งเสียเงินและไม่เสียเงิน (เริ่มแรก) หากยังนึกภาพไม่ออกก็เป็นเว็บไซต์ของ Tarad.com, weloveshopping.com, lnwshop.com, amazon.com ,ebay.com หวังว่าคงพอจะนึกภาพออกนะครับ ส่วนวิธีใช้งานแต่ละเว็บไซต์ก็มีแนะนำกันอยู่แล้ว ลองเลือกและศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนนะครับ เพราะบางอย่างก็มีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นแอบแฝงมา

ขายบน e-Classified

อ่ายังไม่หมดศัพท์เทคนิคอีก หากไม่ใช้ผมไม่รู้จะเรียกว่าอะไรเหมือนกันครับ การขายบน e-Classified ก็คือเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศแทนเรานั่นแหละ เพียงแค่เรานำรูปสินค้ารายละเอียดไปลงกับทางเว็บไซต์ของเค้าเท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเว็บ e-Classified ที่ทุกคนไม่น่าจะมีใครไม่รู้จักนั่นคือ olx.co.th นั่นเองครับ จะเห็นได้ว่าเว็บพวกนี้เราสามารถเข้าไปใช้บริการได้แบบฟรีๆ หากอยากได้หน้าเด่นหน่อยก็เสียเงินเอา

มีคำถามว่ามันขายได้จริงหรือเปล่า ผมยืนยัน นอนนั่งกระโดดตบยันเลยครับ ว่าทำได้จริงขายได้จริง เอ่อไม่รู้จะเล่าดีหรือเปล่าผมลองขายโทรศัพท์ที่ได้จากการแถมฟรีของทรู ปรากฏว่าขายเกินราคาวางขายในตลาดอีก กลับขายได้ซะงั้น ฉะนั้นผมยืนยันว่าขายได้จริงครับ

สรุปบทที่ 4

จะเห็นได้ว่ามีหลากหลายแนวทางให้คุณเลือกใช้กันอย่างมาก คงอยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละคนแล้วละครับ ขออนุญาตแนะนำหากมีคนจะถามว่าทำแบบไหนดี ผมอยากให้เริ่มที่การใช้งานกับพวก e-Marketplace แบบฟรีไปก่อน เมื่อเราเข้าใจและมีกระบวนการค้าขายที่ดีแล้ว ค่อยขยับขยายมาทำเว็บไซต์ของตัวเอง จากนั้นก็ประกาศขายตามที่นั่นที่นี้ไปด้วย ที่ผมไม่ได้พูดถึงการทำ Fan page เพราะว่า Face Book เริ่มปรับเปลี่ยนตัวและเน้นให้คนลงโฆษณามากเกินไป ซึ่งหากมันขายได้ก็คุ้มละครับ แต่หลายคนก็ขายทุนยับกับ Face book มาแล้ว ดังนั้นผมไม่แนะนำมือใหม่ให้ไปลงดีกว่า

 

Share Button

ซุยกับเรา |>

comments