ตอนที่ 4 “โรคกระเป๋าไหล” แก้ไม่ยาก !!

บริหารการเงินกับซองพลาสติกกู้ชาติ

สวัสดีครับกลับมาพบกับบทความบริหารเงินกันอีกแล้ววันนี้เรามาต่อกันในตอนที่ 4 แล้วครับผม หลังจากที่เราได้เริ่มทำทั้งการกำหนดเป้าหมาย กำหนดเงินที่ต้องเก็บกันไปแล้ว ทำให้เรารู้แล้วว่าเราต้องการเงินและระยะเวลาขนาดไหน และในบทก่อนหน้านี้ผมได้แนะนำการหาอาชีพเสริมกันไปบ้างแล้ว ทีนี้เราจะมาพูดถึงในส่วนที่ 2 กันก็คือการลดรายจ่ายนั่นเอง ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนรู้แล้วละว่าจะใช้จ่ายในแต่ละเดือนเท่าไหร่ ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต ค่าเช่าบ้าน น้ำไฟ มันค่อนข้างจะตายตัวและอาจลดได้หรือไม่ได้ตามความจำเป็นของแต่ละคน ตรงนี้ผมจะไม่พูดถึงเพราะมันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ที่จะมาพูดถึงก็คืออาการ “กระเป๋าไหล” ฮั่นแน่อยากรู้หรือเปล่าครับว่ามันคืออะไรมาติดตามกันเลย

20150208Hand grabbing money

มะ มะ มา หมอครับ ผมเป็นโรคกระเป๋าไหลครับ !!

ใครเคยเป็นโรคนี้บ้างหรือเปล่า ??? โรคนี้น่ากลัวมากครับ มันเป็นโรคที่ติดต่อหรือไม่ติดต่ออันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ แต่ที่แน่ๆผมติดโรคนี้ไปแล้วครับ !! โรคนี้จะมีลักษณะเมื่อเรากดตังมาในกระเป๋าเรา หากเป็นแบงค์สีเทาใบใหญ่มูลค่า 1,000 บาท มันก็อยู่กับเรานาน แต่พอมันแปลงร่างเป็นสีแดง สีเขียวเมื่อไหร่ เห้ย !! เอ็งหายไปไหนหมดฟ่ะ ….

ผมมีความรู้สึกว่าเงิน 1,000 บาทเท่ากันแต่มันคนละสีและจำนวนของแบงค์ เหรียญในกระเป๋านั้นความสามารถในการใช้เงินมันแตกต่างกันมากครับ โดยหากเรามีเงินแบงค์ 1,000 บาท 1 ใบ มันจะมีจิตใจของการระแวงไม่อยากใช้ อันมาจากการกลัวหมด กลัวแตกตังแล้วแม่ค้าด่า กลัวเค้าไม่มีทอน กลัวอะไรนิดๆหน่อยๆ แต่พอเป็นแบงค์ 100 บาท 10 ใบ โอ้วววมันไปไวมากครับ มันรู้สึกประมาณนี้จริงๆ ทำให้เรามักมองไม่เห็นเงินในส่วนนี้และทำให้เงินขาดไม่พอสุดท้ายก็กดใหม่จนได้ซะอีก ดังนั้นผมจึงสรุปจากการวิจัยแล้วพบว่า โรคนี้คือโรคนี้เกิดจากการที่เรามีเงินเท่าเดิมแต่มีจำนวนเยอะขึ้น ก็จะเกิดการใช้จ่ายจนไม่ได้คำนวณให้ดีนั่นเองครับ

วิธีรักษาโรคกระเป๋าไหล นั้นทำได้ไม่ยากเลยครับนั่นคือ “การทำรายรับรายจ่าย” แต่นี่แหละมันโครตยากเลย ผมเคยทำแล้วครับ กว่าจะทำได้ทุกวันทรมาณแบบสุดขีด สุดใจ จนผมเริ่มทนไม่ไหวกับมัน จนต้องหาวิธีใหม่ก็ไปเจอวิธีนี้ในเว็บไซต์ pantip.com (ประมาณ 4 เดือนที่แล้วจำไม่ได้ว่ากระทู้ชื่ออะไร ขอโทษครับ) นั่นคือ “ถุงพลาสติกกันเงิน”

“ถุงพลาสติกกันเงิน” ทำยังไง ???

หลายคนอาจจะเคยเห็นเคยอ่านกันแล้ว วิธีมันก็ง่ายๆครับ เพียงคุณแบ่งเงินของคุณที่จะใช้ในแต่ละวันออกมา โดยลองวางแผนการใช้จ่ายดู แต่ละคนมันจะไม่เท่ากันยกตัวอย่างของผมครับ

ตัวอย่างของนาย Mc

การวางแผนเงินประจำเดือน 06/2558

มีจำนวนวันทำงาน 22 วัน  ใช้วันละ 120 บาท เป็นเงิน 2,640 บาท

มีจำนวนวันหยุด 8 วัน ใช้วันละ 200 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท

เท่ากับใน 1 เดือนผมจะใช้เงิน 4,240 บาท ในการใช้จ่ายเกี่ยวกับการกินเท่านั้นเอง แต่จุดพีคคือมันรู้ว่าเหลือเงินเท่าไหร่ต่อวันที่ใช้ได้ ทำให้ผมชอบติดนิสัยอย่าใช้จนหมด เหลือเก็บวันละ 20-30 บาท ทุกวันครับ จากปกติที่ 200 บาท บางทีเกินอีก เลยคอมโบต่อด้วยกระปุกหมูยักษ์ที่ไม่เห็นข้างในและต้องทุบเท่านั้น จนตอนนี้น่าจะมีเงินเยอะแล้วนะ เพราะมันเริ่มจะเต็มละ รอดูผลงานแล้วจะเล่าให้ฟังครับ วิธีนี้ง่ายและทำตามได้เลย เพียงคุณแบ่งเงินมาแล้วใส่ถุงพลาสติกไว้ ผมติดไว้บนข้างฝาแล้วดึงไปวันละถุง แบบนี้ลองทำตามครับ ^_________________^”

ซุยกับเรา |>

comments