อาชีพสุดเบสิค “เปิดร้านอาหารตามสั่ง”

อาชีพสุดเบสิค “เปิดร้านอาหารตามสั่ง” 

อาหารตามสั่ง เป็นรูปแบบของร้านอาหารที่สามารถพบได้ทั่วไปในประเทศไทย ด้วยความที่สามารถสั่งอาหารได้ตามใจต้องการ (หากร้านทำได้) ทำให้รูปแบบของร้านไม่ค่อยตายตัว แม้ลูกค้าจะสั่งแต่กระเพาไข่ดาวก็ตาม ด้วยความที่เป็นการทำอาหารง่ายๆ เร็ว ทำให้เป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจหากเราจะพบร้านอาหารตามสั่งอย่างมากมายภายในพื้นที่เล็กๆ ดังนั้นย่อมมีการแข่งขันที่สูง แต่เชื่อไหมครับร้านอาหารตามสั่งก็ยังอยู่ได้ แม้จะขายได้ไม่ดีนักในบางพื้นที่แต่ก็สามารถอยู่ได้นั่นเอง หากคุณกำลังหาอาชีพใหม่ๆที่ไม่ต้องดิ้นรนไปตามกระแสตลาดใดๆ อาหารตามสั่ง จะตอบสนองความต้องการของคุณแน่นอน

som tum

Intro กันซะหน่อย

อย่างที่ทราบกันดีครับ ว่าคุณสามารถพบเจอร้านอาหารตามสั่งได้มากมายอยู่แล้ว คุณผู้อ่านอาจจะไม่เข้าใจว่าอาชีพนี้มันมีอะไรต้องแนะนำ และก็ไม่เห็นจะรวยมากมาย ผมเลยขอหยิบจากประสบการณ์ที่มีญาติขายอาหารอยู่มาแนะนำกันให้ฟังครับ ว่าทำยังไงถึงจะอยู่ได้สบายๆจนถึงสามารถซื้อบ้านด้วยเงินสดผ่านการทำอาชีพอาหารตามสั่งนั่นเอง

เริ่มต้นควรมีอะไร

คงเป็นไปไม่ได้หากคุณไม่มีความสามารถในการทำอาหารแล้วมาเปิดร้านอาหารตามสั่ง ขึ้นชื่อว่าอาหารตามสั่งคุณต้องทำตามที่ลูกค้าต้องการ หากทำอาหารไม่ได้ ผมไม่คิดว่าอาชีพนี้จะเหมาะกับคุณครับ แต่ถามว่าต้องทำอร่อยไหม ถ้าอร่อยลูกค้าติดแน่นอน แต่อร่อยคนเราไม่เท่ากัน ดังนั้นผมคิดว่าถ้าคุณคิดว่าทำอาหารได้ และคนในบ้านทานได้แบบไม่เบื่ออาชีพนี้เหมาะแน่นอนครับ ดังนั้นถ้าถามว่าเริ่มต้นควรมีอะไรบ้าง สิ่งแรกคือทำอาหารเป็น มีต้นทุนสำหรับเปิดร้าน และใจรักที่จะอดทนนั้นเอง

เริ่มหาทำเล

อยากให้ลองหาทำเลก่อน จากประสบการณ์และความรู้ที่สะสมมาอย่างแรงกล้า พบว่ายังไงก็ต้องหาพื้นที่ที่คนผ่านแต่ละวันให้เยอะที่สุด เหมือนเป็นเรื่องยากใช่ไหมครับ แต่ทุกที่คนก็ผ่านอยู๋เสมอ ดังนั้นวิธีการคิดทำเลสำหรับผมก็คือ สำรวจปริมาณคนและนำค่าเช่าพื้นที่มาคำนวนความคุ้มค่า เช่น หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีค่าเช่าพื้นที่เดือนละ 2,500 บาท เป็นบริเวณติดระหว่างสองหมู่บ้าน คำนวนคนแล้วมีคนผ่านไปผ่านมาไม่ต่ำวันละ 500 คนอย่างแน่นอน นั่นหมายความว่า หากค่าเช่า 2,500 บาท จะต้องขายวันนึงให้ได้ 2,500 / 30 = 83.33 บาท ค่าข้าวกล่อง ๆ ละ 30 บาท หักต้นทุน 15 บาท หมายความว่าวันนึงจะต้องขาย 5.5 กล่องถึงจะไม่ขาดทุน พอจะเห็นภาพรวมไหมครับ

หรืออธิบายง่ายๆว่า หากร้านเราน่าทานและบริเวณรอบข้างไม่ค่อยมีคู่แข่งใน 10 คนมีความน่าจะเป็นในการทาน 1 กล่อง นั่นหมายความว่าจะขายได้ 50 กล่องต่อวัน กล่องละ 30 บาท ก็จะได้ 1,500 บาทต่อวัน หักทุนครึ่งนึงจะเท่ากับ 750 บาทต่อวัน น่าจะเพียงพอใช่ไหมครับ ดังนั้นทำเลต้องมาคำนวนและประเมินความเสี่ยงให้ดี

ต้นทุนทำร้าน

20150527LosingMoney

ร้านต้องการสิ่งปลูกสร้างหรือเปล่า เริ่มต้นจากตรงนี้เลยก็ได้ครับ เพราะการเช่าทำเลบางแห่งเป็นพื้นที่โล่ง ทำให้เราต้องลงทุนสร้างร้านขึ้นมา อาจขึ้นโครงด้วยอุปกรณ์ง่ายๆก็ได้ แต่หากคุณแทบไม่มีทุก หาร้านที่เป็นตึกหรือห้องให้เช่า คิดไม่ออกคงให้นึกถึงภาพตามหอพักที่จะมีร้านข้าวนั้นแหละครับ หากมีทุนเปิดร้านหน่อยก็อาจเลือกทำเลที่ต้องการการตกแต่งดังนั้น ต้นทุนคงที่จะมี

  • ค่าเช่ารายเดือน / รายปี
  • ค่าอุปกรณ์ทำอาหาร
  • ค่าวัตถุดิบในแต่ละวัน (ให้เอาจำนวนที่คิดจะขายได้แต่ละวันซื้อวัตถุดิบเอา)
  • ค่าอุปกรณ์ร้าน โต๊ะ เกาอี้ จาน ชาม ช้อน อื่นๆ
  • ค่าสิ้นเปลืองอื่นๆ

คิดเมนู

ไม่ยากข้อนี้ แนะนำให้ไปตามร้านอาหารตามสั่ง แอบถ่ายรูปมาแล้วมานั่งคิดว่ามีอะไรที่ทำได้บ้างแล้วก็มาคิดเมนูตัวเอง เริ่มแรกไม่ต้องคิดเมนูอะไรใหม่ ทำเอาพื้นฐานให้แน่น เน้นให้อร่อยถูกใจก็พอแล้ว จากนั้นก็ใช้วิธีด้านบนหรือจะหาจากอินเตอร์เน็ตก็มีไอเดียดีๆเยอะนะ

ความเร็ว

ความเร็วในการทำอาหารสำคัญมาก โดยเฉพาะหากคุณจะขายในพื้นที่ที่มีคำทำงานด้วยละก็สำคัญมาก หมายความว่าหากลูกค้าหลักเป็นพนักงานของบริษัทใดๆก็ตามจะมีเวลาพักประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นให้ประเมินว่าควรขายได้เท่าใดต่อวันน หากต้องการขายให้ได้ 30 จากในเวลาที่กำหนดก็จะต้องทำจานละ 1-2 นาทีเท่านั้นเอง ทำได้หรือไม่ครับ ?? อาจจะดูโหดร้ายแต่บางทีลูกค้าก็สั่งรวมกันทำให้ทำทีเดียวง่ายย แต่นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่ควรคุมได้คือการเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสำหรับการทำอาหาร หั่นไว้และแยกส่วน เมื่อถึงเวลาก็แค่รอไฟให้ได้อุณหภูมิแล้วทำได้เลยประหยับเวลาในการทำแน่นอนครับ ดังนั้นผมคิดว่าความเร็วสำคัญมาก ถ้าคุณมีเวลาพักจำกัดแต่แม่ค้าทำกับข้าวให้ช้า ก็จะเหลือเวลากินบวกเวลาพักน้อยนิดต่อให้อร่อยแค่ไหนก็คงจะมากินบ่อยๆลำบากนั่นเอง

จุดขาย

บางทีจุดขายของร้านไม่จำเป็นต้องเป็นความอร่อยหอมหวานของอาหารก็ได้ ในบางครั้งหากคุณทำอาหารได้ระดับมาตรฐานทั่วไป ก็สามารถเทียบเท่าร้านที่พ่อครัวที่ทำอาหารอร่อยแต่ร้านธรรมดาได้ ดังนั้นเปิดใจลองลงทุนร้านให้มีลักษณะเฉพาะ ประสาทการรับสัมผัสของคนเรามีเยอะมากครับการรับรสชาดของอาหารก็ชนิดหนึ่ง ยังมีจมูก สายตาและหู อีกที่จะพร้อมตัดสิน หากอร่อยมากแต่ร้อน น้ำในแก้วก็เหม็น แถมเปิดเสียงเพลงเมทัลร๊อคทำลายแก้วประสาทหูอย่างรุนแรง ก็คงมีน้อยคนไปทานใช่มั้ยครับ กลับกันหากร้านตกแต่งดีน่ารัก มีกลิ่นหอมอาอนๆจากดอกไม้ คลุกเคล้าไปกับดนตรีเบาๆ แค่นี้อาหารธรรมดาก็อร่อยได้เหมือนกันครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงได้ไอเดียในการทำร้านอาหารแล้วใช่ไหมครับ แต่จากประสบการณ์กับคนใกล้ตัวที่ทำอาชีพนี้พบว่า ทำเลสำคัญที่สุดครับแม้ว่าร้านจะดูไม่ดีนัก แต่หากเดินผ่านทุกวันและคู่แข่งไม่เยอะ คนก็พร้อมมาทานร้านของคุณแน่นอนครับผม

Share Button

ซุยกับเรา |>

comments