[ซีรี่ย์เว็บจ๋า]บทที่ 4 ขาวแค่ไหนถึงจะขาวบอกที

หายกันไปนานเลยครับกับการเขียนบทความของทาง Gu-suy.com ขออภัยจริงๆครับ งานหลักมีกิจกรรมยิ่งใหญ่คับฟ้าเลยทำให้ไม่มีเวลาและหัวไม่ค่อยจะคิดบทความออกมาแชร์ให้ฟังกันเลยทีเดียว เอาละกลับมาเข้าเรื่องของเราต่อครับกับซีรี่ย์เว็บจ๋าในบทที่ 4 กันเลยนั่นคือ “ความเป็นมาของสายขาวนั่นเอง”

คิดแล้วจน

สายขาวคืออัลไล ?

การทำเว็บไซต์สายขาวมุ่งเน้นในจุดประสงค์เดียวครับคือ “ทำทุกอย่าง อย่างถูกกฏหมาย” นั่นหมายความว่าเราจะทำทุกวิธีทางไม่ให้ผิดกฏหมายของแต่ละประเทศนั้นๆ ฟังดูยากทีเดียวใช่ไหมครับ ตรงจุดนี้ผมอยากให้ใช้ความคิดส่วนตัวของเราเป็นหลักไว้ก่อนเลย ไม่ต้องสนกฏหมายก็ได้ หมายความว่าคุณรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังทำมันดีหรือเปล่าครับ ? สำหรับผมสายขาวก็หมายถึงไม่ว่าเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน วัยกลางคน วัยชรา เพศชาย เพศหญิง ก็สามารถเข้ามาเสพมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายในเว็บไซต์ของเราได้อย่างไม่เคอะเขิน ไม่ก่อให้เกิดความคิดในด้านลบจนส่งผลต่อชีวิต ประมาณนั้นแหละครับ น่าจะพอเห็นภาพรวมๆเนอะ

เว็บไซต์สายขาวมีอะไรบ้าง

  1. เว็บไซต์ข่าว : พวกเว็บไซต์วาไรตี้ เช่น กระปุก เอ็มไทย อะไรพวกนั้นถือเป็นสายขาวทั้งหมดครับ แต่เฉพาะข่าวนะ ส่วนอื่นแยกมีมุมมืดๆบ้างหรือเปล่าผมไม่กล้าฟันธงครับ ไม่ได้เสพนานแล้ว
  2. เว็บบอร์ด : บางอย่างนะครับ ยกตัวอย่างที่ใครก็รู้ พันทิปนั้นไซร้ เหมือนมีเพื่อนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประมาณนั้น แต่มันก็มีมุมมืดจนต้องลบกระทู้ก็มีครับ
  3. เว็บไซต์ให้ความรู้ : ส่วนใหญ่จะเป็นในนามองค์กรหรือบริษัท เช่นพวก กรมควบคุมมลพิษ กรมการเกษตร ที่ให้ความรู้แก่คนทั่วไป อันนี้ขาวแน่นอนครับ แต่ก็มีบางบริษัทที่แอบขายของโดยให้คนมาสมัครนู้นนี่นั่นก็มี

เห็นภาพรวมๆหรือเปล่าครับ ไม่ว่าจะเป็นเว็บตัวอย่างที่ขาวขนาดไหน มันก็จะมีแนวดำๆปนมา นั้นหมายความว่าส่วนใหญ่เว็บที่ขาวสะอาดจะมีรายได้น้อยมาก หากไม่เจือปนอะไรนิดหน่อยมาก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยนามบริษัท แต่ถ้าทำคนหรือสองคนการทำเว็บสายขาวให้คนอ่านคนเสพเฉยๆแล้วติดโฆษณาไปก็อยู่รอดได้ระดับหนึ่ง แม้ไม่มากแต่ก็ไม่ขาดทุนประมาณนั้นแหละครับ สุดท้ายเว็บไซต์สายขาวมันก็บ่งบอกความเป็นตัวของคนทำนั้นแหละ บางทีขาวไปมันก็น่าเบื่อทำให้ไม่มีคนเข้าเว็บไซต์โดยมาก จึงต้องหันไปทำอย่างอื่นแทน แต่ก็มีหลายคนที่ยืนหยัดในสายขาวแล้วก้าวหน้าก็มีนั้นแหละครับ

Share Button

ซุยกับเรา |>

comments