บทความแนะนำอาชีพขายขนมกับกลยุทธ Re Package ไม่เก่ง ก็รวยได้

อาชีพขายขนมแพ๊คหลายคนอยากเริ่มต้นธุรกิจใหม่ขึ้นมา แต่ไม่มีทั้งเงินทุนหมุนเวียนที่มากพอ ฝีมือในการทำยังไม่เอาไหน มีเพียงไอเดียล้วนๆ จะหาช่องทางไหนทำธุรกิจได้ หากคุณกำลังประสบปัญหาแบบนี้อยู่คุณมาถูกทางแล้วครับ (มาเหมือนขายประกัน ฮา) บทความนี้ไม่มีอะไรมากครับ ที่ผมอยากจะแนะนำคือ อาชีพขายขนม แต่เราไม่ต้องไปทำเองนะเราจะใช้เทคนิคลับพิเศษขึ้นมาเพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ดูเหมือนถูก มาสร้างผลกำไรที่มากขึ้น โดยอาจจะยึดทำเป็นแบรนด์ของเราแต่เราไม่ต้องลงมืออบขนมเอง !!

 

“คนส่วนใหญ่อาจชอบมองไปที่ธุรกิจที่ให้ผลกำไรมหาศาลสามารถรวยได้ข้ามคืนข้ามวัน แต่กลับรับความเสี่ยง หรือมีประสบการณ์ไม่มากพอ ผมคิดว่าคนเราควรก้าวไปทีละก้าว หากเงินน้อยก็ลงทุนน้อย รวยได้เหมือนกัน อาจจะช้าซักหน่อยแต่ก็ยังไหว”

เริ่มต้นกับอาชีพขายขนม 

อย่างที่กล่าวมาทั้งหมดครับในวันนี้เราจะมาแนะนำการนำขนมจากร้านค้าต่างๆมาทำการเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอหรือที่เรียกกันว่า repackage โดยเราจะเน้นการใช้กลยุทธที่จะนำบรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงามแปลกตามาเพิ่มมูลค่าของสินค้ากันครับ โดยเริ่มต้นนั้นสำรวจกลุ่มลูกค้ากันก่อน

กลุ่มลูกค้าและทำเล

โดยก่อนอื่นเราต้องกำหนดทำเลและกลุ่มลูกค้าที่จะนำสินค้าของเราไปขายกันก่อนโดยผมจะแยกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้ครับ

กลุ่มที่ 1 : ลูกค้านักท่องเที่ยว หากคุณมีทำเลที่ดี มีนักท่องเที่ยวมากมายผ่านร้านคุณ หรืออาจจะเป็นจุดพักรถตามจุดต่างๆ ลูกค้ากลุ่มนี้จะเน้นที่บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ดูมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ขนมข้างในควรเป็นขนมที่มีลักษณะค่อนข้างดูเป็นของฝากและทานได้ง่าย เช่นคุกกี้ ขนมดโมจิ เป็นต้น โดยลูกค้าในกลุ่มนี้จะมีกำลังในการซื้อเยอะลักษณะการขาย อาจขายเป็นกระปุกทรงกระปอก 3 กระปุก 100 บาท กำลังดีครับ

กลุ่มที่ 2 : ลูกค้าเป็นพนักงานบริษัทหรือโรงงาน ลูกค้ากลุ่มนี้จะเน้นที่ปริมาณของสินค้าเป็นหลัก บรรจุภัณฑ์ที่ดูเรียบง่ายแต่สามารถเก็บรักษาขนมไว้ได้นาน ลูกค้ากลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อเยอะเป็นช่วงๆคือช่วงเงินเดือนออก ดังนั้นการขายลูกค้ากลุ่มนี้ต้องเน้นปริมาณและความอร่อย

กลุ่มที่ 3 : ลูกค้าเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ทำเลของลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นทำเลที่ติดโรงเรียนหรือมหาลัย รวมไปถึงการค้าขายภายในหมู่บ้าน ลูกค้ากลุ่มนี้ขายสินค้าได้ง่ายและเบื่อได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นสินค้าควรจะมีความหลากหลายเน้นให้ทันยุคสมัย บรรจุภัณฑ์นั้นมีทั้งบรรจุเป็นถุงพลาสติกถุงเล็กๆตั้งแต่ 10 บาท จนถึงขายเป็นกระปุกละ 30-40 บาทก็ขายได้ไม่ยากครับ

ลักษณะบรรจุภัณฑ์

การทำธุรกิจประเภท repackage นั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ บรรจุภัณฑ์ โดยจะทำการใส่ไอเดียต่างๆทำให้สินค้าดูเด่นสวยงาม เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทำให้สร้างแรงดึงดูดแก่ลูกค้าที่เข้ามารับชม เพราะแพ็กเกจเปรียบเสมือนด่านแรกๆที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อ หากลูกค้ามีความประทับใจแพ็กเกจดูสวยงามและสะอาด ผมเชื่อว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าของร้านเราได้ไม่ยากนักครับ

ต้นทุนเริ่มแรกสำหรับธุรกิจขายขนมแบบ Re Package

อย่างที่ได้กล่าวไปในขั้นต้นครับธุรกิจนี้มีต้นทุนที่ต่ำมากๆ อาจใช้ทุนแค่หลักร้อยเท่านั้น โดยอุปกรณ์หลักๆสำหรับธุรกิจนี้มีดังนี้ครับ

ขนม : การเริ่มต้นในขั้นแรกอาจเริ่มจากการนำขนมที่บรรจุในปีบมาขายก่อนครับ โดยปีบหนึ่งจะประมาณ 5 kg ราคาจะอยู่ที่ 300-500 บาท ขึ้นอยู่กับชนิด

บรรจุภัณฑ์ : โหลพลาสติกทรงกระปอกมีฝาปิด ราคาอยู่ที่ 4 บาทต่อ 1 ชิ้น หากซื้อยกแพ็ค 200 ชิ้นจะอยู่ที่ 3 บาทครับ

สติ้กเกอร์และโบว์ : ม้วนละ 25 บาท โบว์อันละ 2 บาท

ผมลงทุนงวดแรกด้วยเงินทุน 3,000 บาท สถานที่ซื้อผมรับมาจากตลาดไทย ซึ่งมีทุกอย่างไว้อยู่แล้ว คุณเชื่อไหมครับหลังหักค่าของทั้งหมด รวมถึงถุงพลาสติกแล้ว ผมสามารถทำกำไรได้ถึงเกือบเท่าตัวคือ 2,700 บาท สถานที่ขายของผมคือโรงงานแถวสามโคกครับ

โดยการลงทุนเริ่มแรกนั้นจะใช้เงินยังไม่ถึง 1000 บาทเลยครับ หากต้องการที่จะเพิ่มความหลากหลายของสินค้าขึ้นมาก็ทำการซื้อขนมเพิ่มแค่นั้นเองครับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการขายสินค้าประเภทนี้จะบวกกำไรประมาณ 25-50 % เลยทีเดียวครับทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความมั่นใจในการออกแบบบรรจุภัณฑ์และทำเลการค้าของแต่ละคน เพราะจุดเด่นของมันคือบรรจุภัณฑ์ครับ เป็นสินค้าขายไอเดียอย่างแท้จริง

เทคนิคการขาย

นอกจากการใช้บรรจุภัณฑ์ดึงดูดความสนใจของตัวสินค้าแล้วการมีให้ทดลองชิมเป็นเรื่องที่ควรทำอีกประการหนึ่งครับ เพราะลูกค้าต้องอยากลองชิมสินค้าของเราแน่นอนอยู่แล้ว หากถูกใจก็จะซื้อติดไม้ติดมือไปอีกเยอะทีเดียวครับ และที่สำคัญเมื่อชิมแล้วลูกค้าจะติดเกรงใจอาจลองถามลูกค้าว่าอร่อยใช่ไหมค่ะ แค่นี้ยังไงก็ซื้อครับ

บทส่งท้าย

ผมมองว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่มีการลงทุนที่ต่ำมากๆ ทั้งการไม่ต้องกักตุนสินค้ามากมายนัก ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ สินค้าถูกทำมาสำเร็จรูปมีรสชาติคงที่ แถมยังสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวถือเป็นข้อดีของธุรกิจนี้มากๆครับ ด้วยรูปแบบการขายสินค้าที่ไม่ขึ้นกับยุคสมัยการบริโภคขนมยังขายได้อยู่เรื่อยๆจึงทำให้ไม่จำเป็นต้องกังวลในการขายมากนั้น สุดท้ายแล้วธุรกิจประเภทนี้คงต้องพึ่งไอเดียของบรรจุภัณฑ์ ทำเลที่ตั้งและวิธีการขายของแต่ละคนแล้วละครับ ดังนั้นนี้คือธุรกิจอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจนำไปทดลองทดดูกันนะครับ

ซุยกับเรา |>

comments