เทคนิคพิชิตใจลูกค้าของนักเขียนบทความมืออาชีพ

เทคนิคพิชิตใจลูกค้าของนักเขียนบทความมืออาชีพ

หากใครที่กำลังทดลองเป็นนักเขียนบทความหรือเริ่มกันไปแล้ว ปัญหาที่เรามักจะเจอเลยเป็นอันดับแรกก็คือการประสานงานกับผู้ว่าจ้างนั้นเองครับ ต้องขอบอกว่าคนจ้างเขียนบทความเนี้ยต่างพกความหวังกับนักเขียนหน้าใหม่อย่างรุนแรงเลยทีเดียว ทำให้เมื่อเราต้องทำงานตามความคาดหวังของคนจ้างแล้ว มักจะกดดันอย่างรุนแรงเลยทีเดียวครับ ทำให้งานที่มันจะออกมาเป็นลายเส้นของเรานั้นดูออกมาจืดและเหมือนงานตามตลาดนัดทั่วไปซะอย่างงั้น ทั้งที่ตัวเราเองก็มีแสงยานุภาพอันร้ายกาจไว้ให้ผู้จ้างตะลึงกันอยู่แล้ว ดังนั้นบทความนี้ของผมหวังว่าจะเป็นเหมือนตัวจุดประกายให้คุณเตรียมความพร้อมสำหรับการเจอกับผู้ว่าจ้างรูปแบบต่างๆจากประสบการณ์ตรงของผมครับผม

DSC_2343

ขึ้นชื่อว่าคนจ้าง เจ้านาย เจ้าของบริษัท สิ่งแรกที่เค้าคิดคือต้องการงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในจำนวนเงินน้อยๆ แตกต่างจากลูกจ้างแบบเราต้องการงานที่สบายแต่เงินเยอะก็ดีนะ ดังนั้นมันเหมือนเป็นเส้นที่เดินขนานกันไปเรื่อยๆแบบนี้แต่เราจะหาจุดลงตัวได้ยังไง ประเด็นมันอยู่ตรงนี้นั่นแหละครับดังนั้นต่อจากนี้ผมจะขอเขียนจากมุมมองของผมอย่างเดียวเลยนะ เพราะเชื่อว่าแต่ละคนมันอาจจะไม่เจอคนเหมือนกันหรือมีจุดลงตัวต่างกัน คำพูด ความอดทน ขีดจำกัดของการเขียนที่แตกต่างกัน โอเคเราไปลุยกันครับ

เทคนิคที่ 1 กำหนดขอบเขต

สิ่งที่ผมทำอันดับแรกก่อนรับงานคือกำหนดขอบเขต ขอบเขตในที่นี้คือการกำหนดว่าเราจะทำอะไรบ้าง ไม่ทำอะไรบ้าง สิ่งที่ถนัด สิ่งที่ไม่ถนัด ผลงานที่เคยเขียน อัตราค่าบริการ เป็นต้น

เทคนิคที่ 2 แบบสอบถามลูกค้า

ไม่ได้ให้เค้าไปทำแบบสอบถามให้เรานะครับ หมายถึงว่า สอบถามเบื้องต้นว่าอยากได้อะไร ตรงนี้ดีมั้ยตรงนั้นดีมั้ย เอาแบบนี้ได้หรือเปล่า ลูกค้าจะส่งรายละเอียดบอกเราแน่นอนครับ ส่วนใหญ่ผมใช้วิธีขอดูบทความที่ลูกค้าถูกใจที่สุดเท่าที่เคยมีคนทำมาให้ผมดู แล้วเราจะเข้าใจทุกอย่างเองครับ

เทคนิคที่ 3 มัดมือชก

บ่อยครั้งที่ลูกค้าชอบสั่งงานเฉพาะทางขั้นรุนแรง เช่น ผมอยากได้เรื่องราวเกี่ยวกับการผสมยางครับ อุบร๊ะ หากคุณไม่เคยทำงานด้านนี้มารับรองยากเกินแน่นอน อาจต้องซื้อหนักสือเฉพาะทางมาอ่านเพื่อเขียน แต่มันคุ้มหรือ ผมเคยมีลูกค้าแนวนี้ครับต้องบอกว่าเป็นลูกค้าคนแรกๆที่มีบุญคุณกับผมมาก หากเข้ามาอ่านขอบคุณมากครับ เค้าจ้างผมเป็นรายเดือนในเรื่องราวเฉพาะทางแบบนี้ แต่ผมคิดว่าค่าความรู้มันหนักหน่วงมากจึงขอเพิ่มเงินและเพิ่มเวลาในการเขียนขึ้นมาในอัตราเกือบ 2 เท่าตัว ปรากฏว่าเค้าโอเคครับ เหตุผลก็คือผมมั่นใจกับงานผมมากว่าเฉพาะทางจริงๆ หาคนเขียนยากแน่หากไม่รู้ลึกแบบนี้ ดังนั้นจึงเป็นอะไรที่ลงตัวระหว่างผมเพราะผมต้องการงานที่เงินเยอะจะได้ใช้เวลาให้คุ้มค่ากับการทำงาน และผู้ว่าจ้างแม้ราคาจะเพิ่มขึ้นแต่ก็พอใจกับคุณภาพของบทความที่เขียนไป ดังนั้นจุดลงตัวมันจึงเกิดขึ้นในเทคนิคนี้นั่นเอง

Share Button

ซุยกับเรา |>

comments