5 เหตุผลที่ไม่ควรทำ จากปากลูกค้าผู้จ้างเขียนบทความ !!

ความแตกต่างของยุคสมัย กับการก้าวเป็นนักเขียน ??!#

โชคดีเหลือเกินที่สมัยนี้การเป็นนักเขียนง่ายกว่าแต่ก่อนมากทีเดียวครับ ในสมัยก่อนช่องทางการเผยแพร่ผลงานของตัวเราเอง คงหนีไม่พ้นการเขียนผ่านสำนักพิมพ์ทั้งเป็นหนังสือ สื่อพิมพ์ชนิดใดก็ตามแต่ ทำให้มีการกำจัดวงแคบของนักเขียนหน้าใหม่ที่จะเข้าสู่วงการนี้

ผิดกับตอนนี้เลยทีเดียว เพียงแค่เรามีคอมพิวเตอร์ 1 ตัว ก็สามารถเป็นนักเขียนได้แล้ว ทั้งการเขียนบทความแชร์ให้คนอ่าน เขียนผ่านเว็บไซต์ บล็อก ก็ล้วนแต่สามารถสร้างชื่อเสียงและรายได้ในจำนวนหนึ่ง ทำให้อดนึกว่าโชคดีจริงๆที่เกิดมาในยุคนี้ แต่จากความง่ายของเทคโนโลยีนี่เอง ทำให้คนที่เข้ามาเป็นนักเขียนส่วนใหญ่ท้อแท้และเบื่อจนล้มเลิกไปเอง หากล้มเลิกไปเองไม่เท่าไหร่ แต่รับงานเค้ามาแล้วพาเสียนี่สิ มาดูเหตุผลที่ไม่ควรทำจากกรณีศึกษา ลูกค้าที่เอางานมาให้ผมทำ แก้ไขปรับปรุง ทำให้เกิดการพูดคุยกันขึ้นมาครับ

5 เหตุผลที่นักเขียนบทความไม่ควรทำ !!

1. นัก Copy : ปวดหัวกันไม่น้อยกับวงการเขียนบทความออนไลน์ เมื่อเจอนัก Copy มือดีโกงเอาซะได้ หากมีการ copy บทความมาแล้วอ่านจับใจความเขียนใหม่ ลูกค้าบางคนยังรับได้ นี่นอกจากพี่ท่านไม่พลิกแพลงเทคนิคใดๆแล้ว ยังอุส่าส่งงานด้วยบทความ Copy มาทั้งประโยค อย่าว่าแต่เขียนย่อหน้าแรกเลย เล่นก๊อบมาตัดแปะซะอย่างงั้น  นอกจากลูกค้าไม่ปลื้มแล้ว ยังเสี่ยงโดนประจานนะครับ

2. นักตัดต่อพันธุ์กรรม : เก่งขึ้นมาหน่อยกับเทคนิคลับที่ได้ร่ำเรียนมา ในเมื่อ copy ทั้งดุ้นไม่ได้ ตูก๊อบมาตัดแปะซะเลย คนเขียนบทความประเภทนี้จะทำการก๊อบหัวข้อมายำกันใน 3-4 บทความ จากนั้นยำเนื้อเรื่องต่อ แล้วมาเขียนสรุปด้วยตนเอง ทำให้หลายโปรแกรมที่ทำการตรวจสอบการ copy ตรวจไม่เจอ แต่ถามว่าคนจ้างรู้ไหม รู้แต่แน่และประจานแน่นอนอีกด้วย

3. ความจำสั้น แต่เงินชั้นเก็บ : เพื่อความสบายใจของคนเขียนบทความขอเก็บเงินก่อนนะครับ แต่หลังจากนั้นทำไมงานไม่เดิน คนเหล่านี้ทำให้คนเขียนบทความท่านอื่นหัวเสียมาก นอกจากลูกค้าจะระแวงมากขึ้นแล้ว ส่วนใหญ่ไม่จ่ายเงินก่อนซะงั้น แล้วแบบนี้เราอาจมีการเขียนฟรีเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเลิกซะเถอะส่งงานก็ตามกำหนดเถอะครับ

4. ไม่หนี ไม่คืน ไม่ทำ : กรณีนี้ได้ฟังมาจากลูกค้าประจำท่านหนึ่งครับ เคยจ้างเขียนบทความระยะยาว แบบยาวมาก ทางนั้นก็คิดเงินก่อนเหมือนเคย แต่มาวันหนึ่งได้รับการตอบกลับมาว่า “พี่ผมไม่ทำแล้วนะ งานเดิมๆ ยาก ไม่คืนเงินนะเงินผมใช้หมดแล้ว ขอบคุณครับ”  ลูกค้าเล่าว่าแหมมันยังขอบคุณเราด้วย สุดท้ายก็จนปัญหาไม่ยอมประจานเพราะเห็นว่าเป็นเด็ก อย่าใช้การเป็นเด็กโกงเลยครับ มันไม่ดีหรอก

5. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม : ประเภทนี้หนักสุด เขียนงานส่งลูกค้าไปแล้ว แต่ดันเกิดกระบวนการทางสิ่งแวดล้อมหรือการ Reuse กลับมาใช้ใหม่ซะงั้น นอกจากจะใช้งานเก่าส่งลูกค้าเจ้าใหม่แล้ว พวกยังเอาบทความที่ส่งลูกค้าไป แต่ลูกค้ายังไม่ได้ลงไปใส่ในเว็บตัวเอง ปวดตับ ปวดใจมากหากเจอแบบนี้

การเป็นนักเขียนบทความที่ดีทำได้ไม่ยากครับ อยู่ที่ว่าคุณจะซื่อสัตย์อย่างที่ได้ให้ไว้กับลูกค้าหรือเปล่าเท่านั้นเอง

 

Share Button

ซุยกับเรา |>

comments