ตอนที่ 5 : เริ่มต้นการสร้างร้านค้าออนไลน์ไปกับ gu-suy.com

หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจกันไปทั้ง 4 บทแล้ว ทุกท่านคงได้แนวคิดถึงการขายสินค้าอะไร และใช้เครื่องมือในการหารายได้กันไปแล้วใช่ไหมครับ หากใครยังไม่ได้อ่านบทความที่เคยเขียนแนะนำไปแล้วทั้ง 4 บทสามารถติดตามได้ที่นี่ครับ http://gu-suy.com/category/avocation/internet/e-commerce/

5

เอาละครับ เรามาเริ่มเรื่องในวันนี้กันดีกว่า เมื่อทุกท่านได้ตัดสินใจลงไปแล้ววันนี้เราจะมาเริ่มต้นสร้างรายได้กันแล้วครับ แต่ก่อนอื่นยังมีอีกสิ่งที่ต้องทำและต้องคิดเป็นอย่างมากในการเปิดร้านค้าออนไลน์ หรือ e-commerce ของเราเอง ในบทความนี้ผมอยากจะเน้นการสร้างแบรนด์ของคุณให้เป็นที่รู้จัก ผมจะขอข้ามในส่วนที่เน้นการขายเพียงอย่างเดียวไปนะครับ เพราะฉะนั้นบทความนี้สำหรับผู้ที่มีความอดทนและจริงจังกับการสร้างแบรนด์ของตัวเองครับ

ข้อมูลสร้างเว็บไซต์ e-commerce

กำหนดชื่อร้านค้าของเรา : ชื่อร้านค้ามีความสำคัญเป็นอย่างมากครับ แน่นอนว่าในการเข้าถึงของลูกค้าส่วนใหญ่ครั้งแรกจะมาจาก การค้นหาจาก google จาก Facebook จากสื่ออะไรก็ตามแต่ แต่เมื่อลูกค้าประทับใจกับตัวร้านเราแล้ว ส่วนใหญ่แล้วจะกลับมาใช้บริการเดิมอยู่เป็นประจำ ทำให้ตรงจุดนี้เราจำเป็นต้องมีแบรนด์หรือชื่อเว็บที่จดจำได้ง่ายและชัดเจน ผมขอยกตัวอย่างดังนี้ครับ

  • กรณีที่ 1 ตั้งชื่อร้านตามอารมณ์ : เหมือนเว็บไซต์ gu-suy นี่ละครับ ตั้งตามอารมณ์ล้วนๆ แต่อยากให้จดจำได้ง่ายเลยใช้ตัวอักษรให้น้อยที่สุด แม้การเพิ่ม – ตัว gu+suy จะทำให้จำยากขึ้น แต่มันก็สวยขึ้นตามความคิดผม
  • กรณีที่ 2 ตั้งชื่อร้านตามสินค้า : เป็นการตั้งเพื่อบ่งบอกเจตตาการขายของคุณ เช่นขายร้านรองเท้า อาจจะใช้ รองเท้าแฟชั่น.com หรือ shoesfashion.com พอจะเห็นภาพไหมครับ

นี่เป็น 2 กรณีที่อยากจะแนะนำให้ลองนำไปคิดและลองเลือกตั้งชื่อร้านดูครับ โดยส่วนตัวแนะนำแบบที่ 1 ครับ

การจดโดเมน : การจดโดเมนผมเขียนไว้แล้วครับตามไปอ่านกันที่>> http://gu-suy.com/categoryความรู้พื้นฐานก่อนสร้า/domain/

การเช่าเว็บโฮสติ้ง : เขียนไว้แล้วเช่นกัน ตามไปอ่านเลยครับ >> http://gu-suy.com/category/ความรู้พื้นฐานก่อนสร้า/host/

ข้อมูลที่ควรมีในร้านค้า e-commerce

ข้อมูลพื้นฐาน : ลูกค้าคนไทยมีความแปลกอยู่อย่างหนึ่งครับ ชอบอยากดูหน้าร้านกรณีที่เรามีหน้าร้านก็ไม่เป็นอะไร แต่หากไม่มีไม่ควรสร้างข้อมูลลวงขึ้นมา ควรจะให้รายละเอียดที่แท้จริงไป สิ่งที่ควรมีก็คือ เบอร์โทร ชื่อ เป็นต้นครับ

ข้อมูลเชิง Social media : การมีสื่อพวกนี้ยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งดีครับเพิ่มช่องทางการติดต่อให้กับเรา เช่นพวก facebook line e-mail เป็นต้นครับ

ข้อมูลเชิงธุรกิจ : การจะขายสินค้าเราควรมีข้อมูลทางธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น การจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ รายชื่อบัญชีธนาคารที่หลากหลายและครอบคลุม ชำระผ่านช่องทางอื่นได้หรือไม่ การโอนผ่านบัตรโทรศัพท์ paypal

หน้าเว็บไซต์ที่ควรมี

หน้าสินค้า : แน่นอนหากไม่มีสินค้าลูกค้าจะเลือกได้อย่างไหร่ใช่ไหมครับ ตรงจุดนี้คงแล้วแต่การดีไซน์ของแต่ละคน แต่อยากให้เพิ่มเติมนิดหน่อยครับ หากเป็นไปได้การออกแบบควรทำให้กระชับและง่าย การสั่งซื้อทำได้แค่ไม่กี่คลิก ไม่ซับซ้อน และสินค้าสามารถเลือกสินค้าชนิดอื่นๆได้ทันที ยกตัวอย่าง เว็บสั่งหนังออนไลน์ที่หนึ่งเมื่อกดสั่งซื้อสินค้าแทนที่จะได้เลือกหนังต่อกลับพาไปหน้าการชำระเงินทันที ซึ่งเป็นอะไรที่ผิดปกติมาก ไม่ควรทำแบบนี้ครับ เพราะลูกค้าต้องพยายามกดไปหน้าสินค้าอีกครั้ง และอีกครั้ง

หน้ารายละเอียดการสั่งซื้อ ชำระเงิน ชี้แจง etc. : หน้ารายละเอียดพวกนี้ควรระบุให้ครบ ไม่ควรเขียนด้วยตัวหนังสือล้วน หากคุณเป็นร้านค้าขายของ เพราะไม่ค่อยมีใครอ่านหนังสือเยอะๆหรอกครับ หากเค้าไม่สนใจจริงๆ ดังนั้นทำเป็นรูปประกอบบทความจะดีที่สุด

หน้าการชำระเงิน : ทำให้ง่ายที่สุด และควรมีหลายช่องทางหากทำได้

หน้าการแจ้งโอน : การแจ้งโอนทำยังไง ช่องทางไหนบ้าง บอกให้ครบว่าเราจะติดต่อไปทาง ….. หากรับรู้การชำระเงินของท่าน

หน้าจัดส่งสินค้า : แสดงหมายเลข ems เมื่อจัดส่งสินค้าลูกค้าจะได้อัพเดตความเคลื่อนไหว และยังทำให้ลูกค้าใหม่มีความมั่นใจว่าร้านนี้ส่งของจริง

หน้าบริการหลังการขาย : ปัญหาในการส่งสินค้าหรือตัวสินค้า ช้าเร็วต้องเจออยู่แล้ว ดังนั้นควรมีหน้าตอบคำถามอาจจะเสริมเป็นบอร์ดเล็กๆไปก็ได้ครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับกับตอนที่ 5 ของเราหวังว่าจะได้ไอเดียดีๆกลับไปครับ ยังไงแล้วก็อย่าลืมติดตาม gu-suy.com ในซีรี่ย์ e-commerce ด้วยนะครับ ^^

Share Button

ซุยกับเรา |>

comments