5 อาชีพเอาตัวรอดหลังตกงาน

ด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้หลายท่านอาจได้เห็นข่าวการปิดตัวของโรงงานโดยไม่คาดฝัน หรือบางคนอาจเป็นหนึ่งในข่าวที่เราเห็นกัน แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นอะไรที่ยากจะรับมือ หากใครไม่เจอคงไม่เข้าใจแน่ ๆ ส่วนตัวผมคงช่วยอะไรมากไม่ได้นอกจากจะหาข้อมูลอาชีพเอาตัวรอดหากเราตกงานจริง ๆ มาให้ลองอ่านกันดูครับ โดยผมจะเน้นไปอาชีพที่ไม่ต้องมีเงินลงทุนมาก หรือเริ่มได้ทันทีหลังตกงานมาให้ชมกันครับ

  1. เช่า Taxi ขับ

ก่อนอื่นขอปูพื้นฐานกันซักนิดก่อนจะมาเช่า taxi ขับ สิ่งพื้นฐานคือ เราจะต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะก่อน ขั้นตอนการขอก็คล้าย ๆ กับการขอใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลนั่นแหละครับ แต่มีรายละเอียดเพิ่มเติมนิดหน่อย ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกแล้วกันครับ ต่อมาการเช่าแท็กซี่จะแบ่งออกเป็น 2 กะ คือ กะกลางวัน 04.30 – 16.00 น. และกะกลางคืน 16.30 – 07.00 น. จากการพูดคุยกับผู้ขับ Taxi มาประกอบบทความพบว่า เรตค่าเช่าจะอยู่ที่ 450-650 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพรถ รุ่นรถ เป็นต้น บางอู่มีโปรโมชั่นเช่น เช่า 6 วัน ฟรี 1 วัน อะไรก็ว่ากันไปครับ ต่อมาจะขับกะไหนดี 04.30 – 16.00 น. คนทำงาน ออกมาทำธุระ แต่ไม่ถึงกับเลิกงาน ข้อดีก็คนเยอะ ค่อนข้างปลอดภัย ข้อเสีย รถติด ร้อน (จากปากคนขับ Taxi ยืนยัน) 16.30 – 07.00 น. จะเป็นช่วงเลิกงาน หรือออกไปกินข้าว เที่ยว ตอนกลางคืน ข้อดีคือ รถจะติดแค่ช่วงเย็นถึงหัวค่ำนอกนั้นก็ยาว ๆ คนจะเยอะช่วง ศุกร์ เสาร์ ข้อเสีย บางครั้งวนทั้งคืนอาจได้คนไม่เยอะ แต่จากการพูดคุยก็พบว่ายังไงก็ได้เกิน 1000 บาท หักค่าใช้จ่ายจะเหลือต่ำ ๆ 300 บาท ในแบบไม่ได้คนเลยนะครับ ดังนั้นจะขอสรุปว่าอาชีพนี้ทำได้แน่นอน และได้ค่าตอบแทนแบบไม่ขาดทุนแน่ ๆ ถ้าคุณวิ่งรถจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ไกลก็ไม่รับ รถติดก็ไม่เอา แบบนี้ต้องมองหาอาชีพอื่นครับ จริง ๆ เรื่องแท็กซี่นี่แยกเป็นอีกเรื่องเขียนได้เลยนะครับ หากสนใจโอกาสหน้าเดี๋ยวลองเขียนให้อ่านกันครับ

  1. ขับรถรับจ้างจากแอป

หลายท่านอาจได้ยินข่าว หรือเคยใช้บริการกันไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับกับบริการจากพวก Grap, line man ทำนองนี้ ซึ่งพวกนี้ก็จะมีวิธีการสมัครและคิดเงินแตกต่างกันไป โดยจากที่เคยใช้บริการแอปพวกนี้มาจะเห็นค่าจะมีค่าบริการพื้นฐานประมาณ 40 บาท ไม่รวมระยะทางสำหรับการจัดส่งอาหาร ส่วนพวกส่งของหรือรับคน เข้าใจว่าบวกเพิ่ม 20 บาทจากค่าใช้จ่ายจริง ข้อดีคือ ลงทุนน้อย (ผมไม่แน่ใจว่าตอนสมัครมีค่าใช้จ่ายหรือไม่) และแอปโปรโมทตัวเองให้แล้ว เราไม่ต้องลงแรงออกหาลูกค้าเอง แต่ทีนี้มาฟังข้อเสียกัน ซึ่งเยอะมากครับอยากให้ลองพิจารณาดู ข้อที่ 1 มันฮิตคนเลยทำเยอะ คนทำเยอะมาก ๆ ในพื้นที่ตัวเมือง ผมเคยลองถามน้องที่ขับมาส่งอาหาร เค้าบอกว่าหากเขตตัวเมืองใหญ่ ๆ เนี้ยกว่าจะได้ลูกค้ารอนานมาก บางวันเหงา ๆ ได้ 4 รอบเอง แต่ก็ได้รอบละอย่างน้อย 120 บาท ++ ก็พออยู่ได้ ผมไม่รู้ว่ามีกรณีแย่กว่านี้หรือเปล่านะครับ หากวันนึงได้ 1 – 2 รอบ คงอยู่ยากจริง ๆ ข้อ 2 ลูกค้าแกล้ง เป็นเรื่องที่ฟังมาและเคยได้ยินด้วยเช่นกัน กับการที่ลูกค้าแกล้งสั่งอาหารแล้วไปส่งจริงไม่รับ ไม่มีคนรับ หรืออะไรก็ตามแต่ แต่คนส่งของคนนั้นได้กับข้าวมาพันกว่าบาทที่ไม่อยากกิน และผมเคยนั่งดูสตีมเมอร์คนนึงสั่งอาหารแล้วลืมรับโทรศัพท์ อารมณ์ว่าเล่นเกมอยู่เดี๋ยวรับ เลยไปเป็นชั่วโมงนั่งรอไปเหอะ (แน่นอนว่าเลิกดูตั้งแต่วันนั้นครับ) อยากให้ลองคิดตรงนี้ก่อนทำด้วยครับ ข้อที่ 3 อุบัติเหตุใกล้ตัวมาก การขับขี่งานแบบนี้ต้องทำรอบให้เยอะเงินจะเยอะตาม ดังนั้นหากประมาทรับรองเจ๊ง ยังไม่รวมกับที่วินมอเตอร์ไซค์รุมต่อยอย่างที่เจอในข่าวอีก ยังไงก็พิจารณาตรงนี้ด้วยนะครับ

  1. รับงานอิสระซะเลย

งานอิสระในความหมายของผมคือ งานที่เรามีความสามารถพิเศษอยู่แล้วจากงานที่ทำ งานประสบการณ์ หรือความชอบอะไรก็ตามแต่ เช่น คุณเป็นโปแกรมเมอร์ชั้นเซียน ที่หัวหน้าให้ทำแต่ลงวินโดวน์ใหม่ให้คอมลูกชาย วันนึงตกงานก็เอาความสามารถนั้นไปรับจ๊อบซ่อมคอม ลงโปรแกรม เป็นลูกจ้างร้านคอมไปก่อน หรือเก่งหน่อยก็ทำเว็ปขายนู้นนี่นั่นไป หรือหากคุณเป็นวิศวกรสายตรวจบ้าน ก็โยกไปรับจ้างประเมินบ้านก่อนตรวจรับ อะไรแบบนี้ครับ แต่มันมีข้อจำกัดในหลายสายงานเกินไป เช่น ผมเรียนเคมีมา ตกงานจะรับจ๊อบผสมสารขายก็ติดคุกแน่ ๆ ทางรอดคือการทำน้ำยาล้างจาน ซักผ้าขาย แต่จะเอาอะไรไปสู้เจ้าใหญ่ ๆ มันก็จะมีอาชีพเฉพาะทางที่ไม่สามารถทำจ๊อบนอกได้เช่นกันครับ แต่สิ่งที่ต้องทำใจสำหรับงานอิสระเลยคือ หากมันไม่เฉพาะทางจริง ๆ การแข่งขันจะสูงมาก และต้องหาลูกค้าเอง ดังนั้นมันจะเหนื่อยกว่างานประจำอย่างแน่นอนครับ แต่หากติดลมบนได้ก็จะเป็นอาชีพหลักทำเงินเป็นเจ้าของธุรกิจเลยก็ได้ใครจะรู้

  1. สมัครเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ

เหมือนจะดูสิ้นคิด แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไร ผมเกลียดที่จะบอกว่าผมไปคุยกับพนักงานร้านสะดวกซื้อแถวบ้านมาอีกแล้วครับ คือความแปลกของสาขานี้คือ เค้าจะจ้างพนักงานที่มีอายุแล้วมาทำงานกะละ 1 คน อารมณ์เหมือนคนไม่มีงานทำตอนอายุเยอะแล้วก็ยังมีคนจ้าง ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจมากในบ้านเรานะครับ โดยพนักงานร้านสะดวกซื้อจะได้เงินประมาณวันละ 300 – 400 บาท ในระดับปฏิบัติการ หน้าที่ก็จะจัดของ เช็คสินค้า ประจำหน้าเคาเตอร์ชำระเงิน แลกกับการทำงานประมาณ 9 ชั่วโมง ซึ่งหนักอยู่นะครับ โดยเริ่มทำงานหากเป็นร้านสะดวกซื้อชื่อดังจะต้องรับการอบรมก่อน และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับชุดพนักงานด้วย สำหรับที่ผมไปสอบถามคือมีการอบรมแต่ก็เชิงฝึกงานมากกว่านั่งฟังประมาณ 2 วัน จากนั้นเริ่มงานได้เลย ค่าชุดสามารถหักจากเงินออกเป็นวิกได้ เค้าเรียกประมาณนี้คือมันจะออก 2 ช่วงครับ 1 – 16 , 16 – 31 ออก 2 รอบ ทีนี้ความโหดมันอยู่ที่ หากทอนเงินผิด เงินหายไม่ตรงตามยอดบิลจะต้องหักเงิน สมมุติทอนเงินผิดไป 250 บาท ได้ค่าแรง 300 บาท วันนั้นคุยได้เงิน 50 บาท อารมณ์แบบ what !! ทำไปทำไมวะ แบบนี้เลย ไม่รู้ว่าเคยเห็นกันหรือเปล่าแต่เคยเจอแฟนกัน 2 คนด่ากันหน้าร้านสะดวกซื้อว่า จะทำไปทำไมวะ ทำงานต้องมาจ่ายเงินเค้าเพิ่มทุกวัน คืออารมณ์ทอนผิดทุกวันแบบนี้อย่าทำเลยครับ ฮ่า ๆ

  1. เอาของสะสมมาแปลงเงิน

ทางเลือกสุดท้ายสำหรับคนไม่ออมเงินฉุกเฉิน เชื่อมันเหลือเกินครับ ว่าทุกคนมักจะมีของสะสมอะไรเล็กน้อยอยู่กับตัวอยู่แล้ว ซึ่งของพวกนั้นบางอย่างมันทำเงินได้มากกว่ามูลค่าเดิมก็มี เช่น มีฝรั่งคนหนึ่งมีพี่ชายเป็นนักเล่นเกม แบบเล่นเกมนะครับไม่ใช่เคสเกมอะไรทำนองนี้ ทีนี้พี่เค้าเสียไป และของทั้งหมดยังอยู่ในกล่องอย่างดี ทีนี้ผ่านมาซัก 10 ปี น้องชายตกงานพ่อแม่ก็เสียไปแล้ว เหลือแต่บ้าน เค้าเลยลองหาของในบ้านไปประมูลผ่าน e-bay ทีนี้ไอ้แผ่นเกมของพี่ชายเค้า ดันเป็นแผ่นที่ให้เฉพาะคนเข้าไปทดสอบและแข่งเกมในงาน ๆ หนึ่งที่มีประมาณ 100 แผ่นเท่านั้น กลายเป็น ไอ้แผ่นเกมที่เค้าไม่เคยสนใจเนี้ย ประมูลไปร่วม 2 ล้านดอลล่า ประมาณ 60 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ เหมือนถูกหวยไปเลย แต่เราคงไม่โชคดีขนาดนั้น แต่ก็ไม่แย่ขนาดนั้นแน่ ๆ หากคุณตกงานจริง ๆ ลองเอาของสะสมมาเป็นทุนในการตั้งตัวก่อน ของมันมีมูลค่าทางใจก็จริง แต่เราต้องเอาตัวรอดก่อน จะค่อยหาซื้อมาใหม่ก็คงไม่สายนะครับ

ยังไงก็ขอให้ทุกท่านที่ตกงานตั้งสติก่อนกระทำการใด ๆ นะครับ ผมไม่เคยตกงานก็จริงครับ แต่ผมทราบว่าการไม่มีเงินใช้มันน่ากลัวขนาดไหน ยังไงหากคุณยังไม่ตกงานก็ออมเงินฉุกเฉินไว้นะครับ ทุกอย่างมันมีโอกาสและจังหวะของมันจริง ๆ ครับ ขอให้ทุกท่านโชคดี หวังว่าหลังอ่านแล้วจะได้ไอเดียเพิ่มและเอาตัวรอดกันในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นะครับ

 

ซุยกับเรา |>

comments